RETREAT

7.4.06

ผืนใจ ผืนฟ้า



ท่ามกลาง ความมืดมิด ของผืนฟ้า
จันทรา ยังเรืองรอง ส่องแสง
เปล่งประกาย ให้ผืนฟ้า สว่างแดง
เรืองแรง ทอถักถ้อย ร้อยความหวัง

จุดประกาย ผืนใจ ให้ส่องสว่าง
ปัดเป่า ความเลือนลาง ในทุกครั้ง
สลายเมฆหมอก ความเหงาง่วง ในห้วงภวังค์
ให้ผืนฟ้า สุกปลั่ง ดังเช่นฟ้า

นวลผ่อง รอแสงทอง ของวันพรุ่ง
รอนแรม เรืองรุ้ง หรูหรา
แม้นท่ามกลาง ความมืดมิด แห่งอวิชชา
ฟ้า.. ยังเป็นฟ้า ไม่เปลี่ยนแปลง...

วิจักขณ์
Boulder, CO
๑๕ มีนาคม ๒๕๔๙

กาพย์ยานีรับปีใหม่

โดย วิจักขณ์ พานิช
แกะลายมือโดย กุลภา แตงน้อย :-)



..ร้อยผ่านล้านถ้อยคำ
เป็นลำนำจากหัวใจ
ส่งผ่านเป็นสายใย
ชุ่มฉ่ำใจดั่งสายน้ำ

สายฝนหล่นโปรยปราย
เปรียบดุจคล้ายดั่งน้ำคำ
ไพเราะเย็นฉ่ำล้ำ
คอยให้กำลังแก่ใจ

วันคืนล่วงอีกปี
จะรอรีไปเมื่อไร
คิดหวังทำการใด
จงทำไปตามใจหวัง

คิดดีคิดกุศล
ฟ้าเบื้องบนดลพลัง
หากเหนื่อยอย่าหยุดยั้ง
จงตั้งจิตอุทิศกาย

ทำดีทำประโยชน์
โสดไม่โสดไม่เสียหาย
คนดีรับรองได้
ใครที่ไหนก็ใหลหลง

คนดีแต่ไม่รวย
คนไม่สวยแต่ซื่อตรง
คนจนแต่มั่นคง
ไม่ต้องหลงไปอบาย

คนเลวคนขี้ฉ้อ
คนสอพลอหน้าไม่อาย
คนคดคนมักง่าย
เหมือนคนตายแล้วทั้งเป็น

คนธรรมดาสามัญ
กลับสร้างฝันให้โลกเห็น
ภูมิใจในความเป็น
คนร่ำรวยด้วยศีลธรรม

คุณค่าความเป็นคน
อยู่ในตนทุกเช้าค่ำ
งดงามด้วยน้ำคำ
งามลึกล้ำด้วยน้ำใจ

ได้เกิดมาทั้งที
ทำความดีจารึกไว้
ให้สมเป็นคนไทย
แสนภูมิใจได้ทำดี

เกิดเป็นลูกผู้ชาย
เพื่อไว้ลายให้โลกนี้
ปกปักษ์พิทักษ์ความดี
สมศักดิ์ศรีชายชาติไทย

เกิดเป็นลูกผู้หญิง
ความดีทิ้งไปไม่ได้
สวยศรีสตรีไทย
งามจริงไซร้เพราะใจดี

จริงใจไม่จิงโจ้
ไม่ต้องโอ้อวดมั่งมี
ชาตินี้ทั้งชีวี
มิหวังมีทรัพย์เงินทอง

เงินทองของนอกกาย
หดหายได้หากใช้คล่อง
เพชรพลอยเป็นร้อยกอง
หาใช่ของที่สำคัญ

โบกมือลาปีเก่า
เรื่องโศกเศร้ามลายพลัน
ยกให้อภัยกัน
อันมิตรนั้นสำคัญหมาย

ผิดพลาดในชีวิต
ใครก็ผิดพลาดกันได้
อย่ากลัวมัวเสียดาย
เริ่มต้นใหม่กันอีกที

ปีใหม่มาถึงแล้ว
โอ้เพื่อนแก้วสุดแฮปปี้
ปรีดิ์เปรมเกษมศรี
เริ่มต้นดีล้วนมีชัย

ขอให้มีความสุข
ไร้ความทุกข์แม้นเมื่อใด
พระธรรมบันดาลให้
จิตผ่องใสในชีวี

ปีใหม่เริ่มต้นใหม่
จิตสวยใสเหมือนเบบี๋
คิดทำแต่ความดี
เป็นสุขศรีแก่เผ่าพงศ์

พฤกษภกาสร
อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง
สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย
มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี
ประดับไว้ในโลกา[1]

กุศล อกุศล
ต่างระคนในสังสาร์
เลือกเฟ้นด้วยปัญญา
พร้อมธรรมาในจิตใจ

อาสัตย์พ่ายความสัตย์
ดุจเพชรตัดเจียรไน
อธรรมพ่ายธรรมไซร้
จงเชื่อได้ในใจตน

คนดีคนไม่ดี
ต่างก็มีทุกแห่งหน
ความดีเอามายล
อย่ามัวสนคนไม่ดี

เห็นไหมเธอเห็นไหม
สุขมีได้ในทุกที่
เมตตาและปรานี
มอบให้ฟรีแก่ทุกคน

ชีวิตมีไว้สุข
ถีบความทุกข์ไปให้พ้น
ลดเลิกละตัวตน
รักทุกคนเท่าๆกัน

เป็นเพื่อนแก่เจ็บตาย
เป็นสหายร่วมสร้างสรรค์
สร้างโลกพระศรีอารย์
ให้ผลิบานในหัวใจ

สังขารนั้นไม่เที่ยง
อันนี้เลี่ยงไปไม่ได้
วันนึงเราต้องตาย
กายสลายเป็นแน่นอน

แต่คุณงามความดี
ล้วนเป็นศรีสโมสร
คงมั่นนิรันดร
ดุจอมรอมรา

ปีใหม่เปลี่ยนใจใหม่
ให้สวยใสดุจผืนฟ้า
กว้างใหญ่ดุจนภา
ดุจเมฆาอันเสรี

ปีใหม่ชีวิตใหม่
เริ่มต้นได้แต่วันนี้
ด้วยอำนาจคุณความดี
ขอจงมี...แต่สุขเทอญ ๚๛


วิจักขณ์ พานิช
สวนโมกขพลาราม
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

นี่หรือมนุษย์



สายลม พัดพลิ้ว ปลิวโบก
ผืนโลก ช่างแสน กว้างใหญ่
ฟ้า จงเป็นฟ้า อย่าเปลี่ยนไป
อักนาน เท่าไร นะมนุษย์

ใยจึง คิดโกรธ พิโรธฟ้า
ใยจึงบ้า ฆ่าฟันกัน ด้วยอาวุธ
อหังการ์ ว่าตนเอง นั้นเอกอุตม์
ด้วยกิเลส ที่แสนสุด จะโสมม

สายลม กรรโชกไม่หยุดหย่อน
สงคราม ยังหลอกหลอน ให้ขื่นขม
กลิ่นคาวเลือด พัดโชยมา กับสายลม
นี่หรือโลก ที่สวยสม ของคนเรา

แดดแผดแรง ปกเปรี้ยง ทั่วผืนฟ้า
สาดลงมา ลอดเมฆา เหนือขุนเขา
อักนานไหม ความโง่เง่า ของคนเรา
ที่จะเอา โลกทั้งใบ มาไว้ครอง

อัตตา ว่าตัวกู สุดเลอเลิศ
ประเสริฐ เลิศล้ำ จองหอง
มีอะไร อีกบ้างไหม ที่หมายปอง
เอาไปเถิด เอาไปครอง ให้สมใจ

จักรวรรดิ์ นิยม อันขมขื่น
ที่บังคับ ขู่ขืน ผืนดินไว้
โหมโจมตี ด้วยเรือรบ ปืนกลไฟ
มอดไหม้ บรรลัย ทั่วปฐพี

โลกผันแปร แทนที่ เสรีนิยม
ให้เสพสม โลกยุคใหม่ สมัยนี้
ฆ่ากันด้วย เงินตรา อย่าปรานี
สูบธรณี เปิดเสรี ปู้ยี่ยำ

โอ๊ยจะเอา ไปทำไม เล่าแดนดิน
เมื่อมันสิ้น ประโยชน์ ก็น่าขำ
เหลือเอาไว้ ใช้ซุกตัว พวกหัวดำ
นี่แหละ ความชั่วระยำ ของมนุษย์

โหดเหี้ยม ใจสัตว์ เดรัจฉาน
หน้าด้าน สันดานหยาบ ใจทุษ
หิวกิเลส ดุจเปรต เศษอุจจ์
โอ้มนุษย์ ที่เขาว่า น่าเป็นนัก...

วิจักขณ์
สวนโมกขพลาราม
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

ความเอ๋ย ความฝัน



ความเอ๋ย..ความฝัน
เคยอยู่ เคียงกัน วันก่อนเก่า
เป็นเด็กน้อย ร้อยฝัน ในวันเยาว์
ไร้หนาม ความเศร้า ในเงาฝัน

เคยฝัน ถึงวันอันสดสวย
เป็นคนรวย ความดี ที่สุขสันต์
แม้นไม่มี เพชรพลอย เป็นร้อยพัน
ขอมีวัน ที่ดีงาม ตามจิตใจ

ฝัน...อาจเป็นฝัน อันสดสวย
แต่เพียงฝัน ไม่อาจช่วย ใครใครได้
ฝ่าฟัน ดันสองเท้า ให้ก้าวไป
สุดทางฝัน บันดาลใจ ให้เป็นจริง

จนเป็นฝัน ที่ง่ายงาม ตามความคิด
เป็นภาพฝัน อันลิขิต ชีวิตยิ่ง
ค่อยค่อยฝัน จนค่อยเห็น เป็นความจริง
สร้างสรรค์สิ่ง ที่ดีงาม ตามฝันไป

ความเอ๋ย ความฝัน
อาจแปรผัน เมื่อตื่นจากฝัน ในวันใหม่
อาจมิได้ ตามฝันดี ที่ตั้งใจ
ไม่เป็นไร ยังโชคดี ที่ฝันเป็น...

วิจักขณ์
๑๕ ต.ค. ๔๕

สีผ้า หรือ ค่าคน



จะจับผ้า คว้าจีวร มานอนกอด
จะไปถอด ย่ามบาตร มาขัดถู
จะขอพร นอนฝัน ถึงพระดู
หวังไปสู่ สวรรค์วิมาน ประการใด..

เอาผ้าเหลือง ไปห้อขี้ ก็คงเหม็น
สิ่งที่เห็น มิใช้ค่า ผ้าสีไหน
คนจะดี หรือไม่ดี อยู่ที่ใจ
มิใช่ค่า ผ้าผืนใด ที่ใช้ครอง


วิจักขณ์
สวนโมกข์นานาชาติ
๑๔ มีนาคม ๔๕