RETREAT

7.4.06

นี่หรือมนุษย์



สายลม พัดพลิ้ว ปลิวโบก
ผืนโลก ช่างแสน กว้างใหญ่
ฟ้า จงเป็นฟ้า อย่าเปลี่ยนไป
อักนาน เท่าไร นะมนุษย์

ใยจึง คิดโกรธ พิโรธฟ้า
ใยจึงบ้า ฆ่าฟันกัน ด้วยอาวุธ
อหังการ์ ว่าตนเอง นั้นเอกอุตม์
ด้วยกิเลส ที่แสนสุด จะโสมม

สายลม กรรโชกไม่หยุดหย่อน
สงคราม ยังหลอกหลอน ให้ขื่นขม
กลิ่นคาวเลือด พัดโชยมา กับสายลม
นี่หรือโลก ที่สวยสม ของคนเรา

แดดแผดแรง ปกเปรี้ยง ทั่วผืนฟ้า
สาดลงมา ลอดเมฆา เหนือขุนเขา
อักนานไหม ความโง่เง่า ของคนเรา
ที่จะเอา โลกทั้งใบ มาไว้ครอง

อัตตา ว่าตัวกู สุดเลอเลิศ
ประเสริฐ เลิศล้ำ จองหอง
มีอะไร อีกบ้างไหม ที่หมายปอง
เอาไปเถิด เอาไปครอง ให้สมใจ

จักรวรรดิ์ นิยม อันขมขื่น
ที่บังคับ ขู่ขืน ผืนดินไว้
โหมโจมตี ด้วยเรือรบ ปืนกลไฟ
มอดไหม้ บรรลัย ทั่วปฐพี

โลกผันแปร แทนที่ เสรีนิยม
ให้เสพสม โลกยุคใหม่ สมัยนี้
ฆ่ากันด้วย เงินตรา อย่าปรานี
สูบธรณี เปิดเสรี ปู้ยี่ยำ

โอ๊ยจะเอา ไปทำไม เล่าแดนดิน
เมื่อมันสิ้น ประโยชน์ ก็น่าขำ
เหลือเอาไว้ ใช้ซุกตัว พวกหัวดำ
นี่แหละ ความชั่วระยำ ของมนุษย์

โหดเหี้ยม ใจสัตว์ เดรัจฉาน
หน้าด้าน สันดานหยาบ ใจทุษ
หิวกิเลส ดุจเปรต เศษอุจจ์
โอ้มนุษย์ ที่เขาว่า น่าเป็นนัก...

วิจักขณ์
สวนโมกขพลาราม
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕

No comments: